วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

เทคโนโลยีและนวัตกรรมพื้นบ้าน

การทำโคมลอย




            ลักษณะภูมิปัญญา :    ในช่วยเทศกาลลอยกระทงเป็นช่วงหมดฝน  ต้นหนาว  อากาศสดชื่น  ลมพัดโชย ท้องฟ้าสีครามสดใส  ปุยเมฆสีขาวสะอาด เหมาะสำหรับปล่อยโคมลอย   โคมลอยมี  2  ชนิด  คือ  โคมลอยที่ปล่อยในตอนกลางวันและโคมลอยที่ปล่อยตอนกลางคืน  ราคาขายประมาณ  300 บาท


          วิธีปล่อยโคม :
          อันดับแรก  ต้องวางแผนก่อนว่าจะทำโคมลอยขนาดใด รูปร่างอย่างไร ส่วนใหญ่จะใช้กระดาษญี่ปุ่นทำเป็นขนาดเล็กที่สุด  ใช้กระดาษ  36  แผ่น หรือขนาดใหญ่ก็เพิ่มขนาดขึ้นอีกตามสัดส่วน
        
          ตั้งเตาให้มีท่าสำหรับส่งควันเข้าปากโคมได้สะดวก
          ก่อนจะปล่อยโคมใช้เรียวไม้คล้องห่วงบนโคมลอย เพื่อให้โคมลอยแขวนห้อยขณะอัดควัน


           ก่อนอัดควัน จะใช้พัดลมหรืออุปกรณ์ที่ช่วยให้ลมพัดเข้าทางปากโคมลอยจนเกิดพองตัว

         

           ฝ่ายเตรียมไฟจะก่อไฟแบบง่ายๆ โดยเน้นใช้เชื้อเพลิงที่ให้ควันจำนวนมากในระยะสั้น เช่น ชัน(ขี้ขะหย้า ) หรือผ้าชุบน้ำมัน


           นำโคมลอยมารับควันที่ปากท่อส่งควันขั้นตอนนี้ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะลมจะพัดโคมลอยเคลื่อนที่่ไปมาไม่อยู่นิ่ง ทำให้ฉีกขาดได้


           ฝ่ายเตรียมประทัด นำประทัดเป็นแพผูกติดกับปากและหางโคมลอย จะจุดชนวนประทัด เมื่อโคมลอยพองตัวและเริ่มลอยขั้น


           เตรียมปลดคันไม้ออกจากห่วงของโคม  และปล่อยขึ้นเมื่ออัดควันเต็มที่


            พอขั้นไปสัก 40-50  เมตรประทันจะแตกและหางโคมที่ม้วนไว้จะถูกปล่อยโรยตัวลงอย่างงดงาม

  ครูภูมิปัญญาท้องถิ่น :


           ครูจิตรกร   หาญพิศุทธิ์    อายุ   55 ปี
ตำหน่ง ครูโรงเรียนบ้านแวนโค้ง
           ที่อยู่ :  บ้านเลขที่  97  หมู่  8  บ้านแวนโค้ง   ตำบลฝายกวาง   อำเภอเชียงคำ   จังหวัดพะเยา

ที่มา :  หนังสืออ่านเพิ่มเติมประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชุด แวนโค้งบ้านเรา (ครูพวงเพชร   ชัยแก้ว)

ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

          


          คอมพิวเตอร์ (computer) หรือในภาษาไทยว่า คณิตกรณ์ คือ เครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความสามารถในการคำนวณอัตโนมัติตามคำสั่ง ส่วนที่ใช้ประมวลผลเรียกว่าหน่วยประมวลผล ชุดของคำสั่งที่ระบุขั้นตอนการคำนวณเรียกว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นอาจเป็นได้ทั้ง ตัวเลข ข้อความ รูปภาพ เสียง หรืออยู่ในรูปอื่น ๆ อีกมากมาย
 
           ลักษณะทางกายภาพของคอมพิวเตอร์นั้นมีหลากหลาย มีทั้งขนาดที่ใหญ่มากจนต้องใช้ห้องทั้งห้องในการบรรจุ และขนาดเล็กจนวางได้บนฝ่ามือ การจัดแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์สามารถจัดแบ่งได้ตามขนาดทางกายภาพเป็นสำคัญ ซึ่งมักจะแปลผันกับประสิทธิภาพความเร็วในการประมวลผล โดยขนาดคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเรียกว่า ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ใช้กับการคำนวณผลทางวิทยาศาสตร์ ขนาดรองลงมาเรียกว่า เมนเฟรม มักใชัในบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องมีการประมวลผลธุรกรรมทางธุรกิจจำนวนมากๆ สำหรับคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้ในระดับบุคคลเรียกว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่พกพาได้เรียกว่า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ส่วนคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สามารถวางบนฝ่ามือได้เรียกว่า พีดีเอ


ประวัติของคอมพิวเตอร์         

             เป็นเรื่องยากที่จะชี้ชัดลงไปว่าอุปกรณ์ใดจัดเป็นคอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ เพราะคำว่า "คอมพิวเตอร์" เองก็มีการตีความเปลี่ยนไปมาอยู่เสมอ แต่จุดเริ่มของคำนี้หมายถึงคนที่ทำหน้าที่เป็นนักคำนวณในสมัยนั้น
            

            [ค.ศ.1937 ] โฮเวิร์ด เอช ไอเคน (Professor Howard H. Aiken) ศาสตราจารย์ทางคณิตศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard) เป็นผู้ออกแบบและสร้างเครื่องคำนวณตามหลักการของแบบเบจได้สำเร็จ โดยนำเอาแนวคิดของ Jacquard และ Hollerith มาใช้ในการสร้างและได้รับการสนับสนุนจากวิศวกรของบริษัทไอบีเอ็ม สร้างสำเร็จในปี ค.ศ. 1943 ในชื่อว่า Automatic Sequence Controlled Calculator (ASCC) หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า MARK I Computer นับเป็นเครื่องคำนวณเครื่องแรกของโลกที่ทำงานโดยอัตโนมัติทั้งเครื่อง จัดเป็น Digital Computer และเป็นเครื่องที่ทำงานแบบElectromechanical คือเป็นแบบ กึ่งไฟฟ้ากึ่งจักรกล


            การส่งคำสั่งและข้อมูลเข้าไปในเครื่อง ใช้เทปกระดาษเจาะรู เครื่องมีขนาดใหญ่มาก ประกอบด้วยชิ้นส่วนต่าง ๆ ประมาณ 7 แสนชิ้น ใช้สายไฟยาวกว่า 500 ไมล์ ความยาวเครื่อง 55 ฟุต สูง 8 ฟุต กว้าง 3.5 ฟุต ใช้เวลาในการบวกหรือลบประมาณ 1/3 วินาที การคูณ 5 วินาที การหาร 16 วินาที นับว่าช้ามากถ้าเทียบกับปัจจุบัน เครื่อง MARK I ถูกนำมาใช้ทำงานตลอดวันตลอดคืนนานถึง 15 ปีเต็ม MARK I ยังไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์ตามแนวความคิดในปัจจุบันอย่างแท้จริง เป็นเพียงเครื่องคิดเลขไฟฟ้าขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจในขณะนั้น



MARK I 


 เครื่องเจาะบัตรของ Herman Hollerith


       [ค.ศ. 1941] เป็นครั้งแรกที่โลกได้มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่สามารถตั้งโปรแกรมได้อย่างอิสระ ผู้พัฒนาคือ Konrad Zuse และชื่อคอมพิวเตอร์คือ Z1 Computer
            [ค.ศ. 1941] จอห์น อตานาซอฟฟ์ และ คลิฟฟอร์ด เบอร์รี ที่ มหาวิทยาลัยไอโอวาสเตต ได้ร่วมกันสร้าง คอมพิวเตอร์ อตานาซอฟฟ์-เบอร์รี ซึ่งสามารถประมวลผลเลขฐานสอง
       [ค.ศ. 1944] 
 เจ เพรสเปอร์ เอ็คเคิร์ท (J. Presper Eckert) นักวิศวกรและ จอห์น มอชลี (John Mauchly) ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ได้ช่วยกันสร้างเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้หลอดสุญญากาศ (Vacuum Tube) สร้างสำเร็จในปี ค.ศ. 1946 นับเป็น เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรกของโลก เรียกว่า ENIAC (Electronic Numerical Integrator and Calculator) 



ENIAC


           [ค.ศ. 1947- 1948] John Bardeen, Walter Brattain และ Wiliam Shockley สร้างคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทราสซิสเตอร์ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่สำคัญ
           [ค.ศ. 1951] John Presper Eckert และ John W. Mauchly ได้พัฒนา UNIVAC Computer ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่มีการขาย
           [ค.ศ. 1953]
บริษัทไอบีเอ็ม สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกคือ IBM 701 และในปี ค.ศ. 1954 สร้างเครื่อง IBM 650 และเป็นแบบที่ใช้กันแพร่หลายในระยะ 5 ปีต่อมา เป็นเครื่องที่ใช้หลอดสุญญากาศ ต่อมาปรับปรุงดัดแปลงมาใช้วงแหวนแม่เหล็ก (Magnetic Core) เป็นวงแหวนเล็ก ๆ โดยจัดวางชิดกันเป็นแผ่นคล้ายรังผึ้ง เวลาเครื่องทำงาน ความร้อนจึงไม่สูง และเมื่อมีการนำทรานซิสเตอร์มาใช้แทนหลอดสุญญากาศ ทำให้สามารถลดขนาดเครื่องลงได้มาก ความร้อนลดลง ไม่เปลืองเนื้อที่ภายในเครื่อง ต้นปี ค.ศ. 1964 บริษัทไอบีเอ็ม สร้างเครื่อง IBM System 360 ใช้หลักไมโครอิเล็กทรอนิกส์ มีความในการทำงานสูงขึ้น ขนาดของเครื่องเล็กลง และมีระบบหน่วยความจำที่ดีกว่าเดิม      


หลอดสูญญากาศ (Vacuum tube)
ทรานซีสเตอร์ (Transistor)


   
          [ค.ศ. 1954] John Backus และ IBM ร่วมกันสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ชื่อ FORTRAN ซึ่งเป็นภาษาระดับสูง (high level programming language) ภาษาแรกในประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์
          [ค.ศ. 1955] (ใช้จริง ค.ศ. 1959) สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด, ธนาคารแห่งชาติอเมริกา, และ บริษัทเจเนอรัลอิเล็กทริก ร่วมกันสร้าง ERMA และ MICR ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกในธุรกิจธนาคาร
          [ค.ศ. 1958] Jack Kilby และ Robert Noyce เป็นผู้สร้าง Integrated Circuit หรือ ชิป (Chip) เป็นครั้งแรก
          [ค.ศ. 1962] สตีฟ รัสเซลล์ และ เอ็มไอที ได้พัฒนาเกมคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรกของโลกชื่อว่า "Spacewar"
          [ค.ศ. 1964] Douglas Engelbart เป็นผู้ประดิษฐ์เมาส์ และ ระบบปฏิบัติการแบบวินโดวส์
          [ค.ศ. 1969] เป็นปีที่กำเนิด ARPAnet ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต
          [ค.ศ. 1970] อินเทล พัฒนาหน่วยความจำชั่วคราวของคอมพิวเตอร์หรือ RAM เป็นครั้งแรก
          [ค.ศ. 1971] Faggin, Hoff และ Mazor พัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์ตัวแรกของโลกให้อินเทล (Intel)





 ไมโครโปรเซสเซอร์


           [ค.ศ. 1971] Alan Shugart และ IBM พัฒนา ฟลอปปี้ดิสก์ เป็นครั้งแรก
           [ค.ศ. 1973] Robert Metcalfe และ Xerox ได้พัฒนาระบบอีเทอร์เน็ต (Ethernet) สำหรับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
          [ค.ศ. 1974 - ค.ศ. 1975] Scelbi และ Mark-8 Altair และ IBM ร่วมกันวางจำหน่ายคอมพิวเตอร์สำหรับผู้ใช้รายย่อยเป็นครั้งแรก
          [ค.ศ. 1976 - ค.ศ. 1977] ถือกำเนิด Apple I, II และ TRS-80 และ Commodore Pet Computers ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นแรกๆ ของโลก
          [ค.ศ. 1981] ไมโครซอฟท์ วางจำหนาย MS-DOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมที่สุดในช่วงนั้น
          [ค.ศ. 1983] บริษัทแอปเปิล ออกคอมพิวเตอร์รุ่น Apple Lisa ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่ใช้ระบบ GUI
          [ค.ศ. 1984] บริษัทแอปเปิล วางจำหน่ายคอมพิวเตอร์รุ่น แอปเปิล แมคอินทอช ซึ่งทำให้มีการใช้คอมพิวเตอร์อย่างกว้างขวาง
          [ค.ศ. 1985] ไมโครซอฟท์ วางจำหน่าย ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ เป็นครั้งแรก

          [ค.ศ. 1948] Frederic Williams และ Tom Kilburn สร้างคอมพิวเตอร์ที่ใช้




แหล่งที่มา :  วิกิพีเดีย  สารานุกรมเสรี, http://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/id/193/

แผนการสอน เรื่อง หน่วยรับข้อมูล

แผนการจัดการเรียนรู้ สาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีสารสนเทศ
เรื่อง       หน่วยรับข้อมูล                                                                        ชั้น  มัธยมศึกษาปีที่   1
แผนการเรียนรู้ที่    3           เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร        เวลา       2    ชั่วโมง

1.  มาตรฐานการเรียนรู้
                มาตรฐาน  ง 3.1
                เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นหาข้อมูล การเรียนรู้ การสื่อสาร การแก้ปัญหา การทำงาน และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีคุณธรรม
                ตัวชี้วัด ม.1/1
                อธิบายหลักการทำงาน บทบาท และประโยชน์ของคอมพิวเตอร์

2. สาระสำคัญ
หน่วยรับข้อมูลมีหน้าที่รับข้อมูลหรือคำสั่งจากผู้ใช้ส่งไปยังหน่วยประมวลผลกลาง ฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ในหน่วยรับข้อมูลนี้มีหลายประเภท เพื่อใช้รับข้อมูลในรูปแบบที่แตกต่างกัน

3.  จุดประสงค์การเรียนรู้
1.    อธิบายหลักการทำงานของหน่วยรับข้อมูลได้ (K)
2.    ตั้งคำถามเกี่ยวกับหน่วยรับข้อมูลและยกตัวอย่างฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ในหน่วยรับข้อมูลได้ (P)
3.    มีความกระตือรือร้นและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย (A)

4.  สาระการเรียนรู้
                หน่วยรับข้อมูล

5.  กิจกรรมการเรียนการสอน
                5.1  ขั้นนำ
       1. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) จำนวน 20 ข้อ เวลา 15 นาที
       2.  นักเรียนเขียนชื่อฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ที่รู้จักลงในกระดาษขนาด A4 ให้ได้มากที่สุดในเวลา 5 นาที
                3.  กำหนดให้คะแนนชื่อฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ 1 ชื่อ เท่ากับ 1 คะแนน นักเรียนร่วมกันตรวจสอบแล้วบันทึกคะแนน


5.2  ขั้นสอน
        1.    แบ่งนักเรียนเป็น 4 กลุ่ม ด้วยการใช้คะแนนจากชื่อฮาร์ดแวร์ช่วยในการแบ่งกลุ่ม โดยคะแนนรวมของสมาชิกในกลุ่มของทุกกลุ่มควรเท่าหรือใกล้เคียงกัน
        2.    นักเรียนกลุ่มใดจับกลุ่มเสร็จก่อนให้เป็นกลุ่มที่หนึ่ง กลุ่มใดจับกลุ่มเสร็จเป็นอันดับที่สองให้เป็นกลุ่มที่สอง เรียงลำดับเช่นนี้ไปจนครบ 4 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีชื่อดังต่อไปนี้
                                              กลุ่มที่ 1 หน่วยประมวลผลกลาง
                                              กลุ่มที่ 2 หน่วยความจำหลัก
                                              กลุ่มที่ 3 หน่วยความจำสำรอง
                                              กลุ่มที่ 4 หน่วยแสดงผล
        3.    สมาชิกแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนที่มีคะแนนน้อยที่สุดออกไปหน้าชั้นเรียน แล้วยืนเรียงลำดับจากกลุ่มที่ 1 ถึงกลุ่มที่ 4
        4.    ครูแทนตัวเองเป็นหน่วยรับข้อมูลยืนอยู่หัวแถว แล้วส่งโจทย์เลขคณิตศาสตร์ให้กับสมาชิกกลุ่มที่ 1 พร้อมอธิบายหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยใช้ตัวแทนกลุ่มแทนหน่วยต่าง ๆ ในคอมพิวเตอร์
        5.    นักเรียนศึกษาเรื่อง หน่วยรับข้อมูล หน่วยการเรียนรู้ที่ 2  การทำงานของคอมพิวเตอร์ จากหนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ม. 1 เพิ่มเติมจากการอธิบายของครู
        6.    นักเรียนคิดคำถามเกี่ยวกับหน่วยรับข้อมูลคนละ 1 ข้อ จากนั้นครูสุ่มให้นักเรียนตั้งคำถามและเรียกเพื่อนตอบทีละคน
5.3  ขั้นสรุป
        1.    นักเรียนร่วมกันสรุปหน้าที่ของหน่วยรับข้อมูล
        2.    นักเรียนผลัดกันบอกชื่อฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ในหน่วยรับข้อมูลคนละ 1 ชื่อ
5.4  ขั้นฝึกฝนนักเรียน
        1.    นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ในหน่วยรับข้อมูล 1 ประเภท โดยอย่างน้อยจะต้องค้นหาข้อมูลในหัวข้อต่อไปนี้
                                           รูปภาพฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ในหน่วยรับข้อมูลนั้น
                                           รูปแบบของข้อมูลรับ
                                           คุณสมบัติในการทำงาน
        2.    นักเรียนค้นหารูปภาพฮาร์ดแวร์ที่กลุ่มของตนเองได้รับมอบหมาย คนละ 1 ภาพ โดยแต่ละภาพจะต้องเป็นฮาร์ดแวร์คนละชนิดกันกับเพื่อนในกลุ่ม
5.5  ขั้นนำไปใช้
        1.    นักเรียนบอกหน้าที่ของหน่วยรับข้อมูลได้
        2.    นักเรียนยกตัวอย่างฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ในหน่วยรับข้อมูลได้


6.  สื่อการเรียนรู้
 1.      สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ บทความ และเอกสารประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับหน่วยรับข้อมูลหรือหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
        2.    สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เว็บไซต์ทางการศึกษา
        3.    คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อสำหรับรับข้อมูล เช่น แป้นพิมพ์ เมาส์ กล้องดิจิทัล สแกนเนอร์ และเครื่องอ่านรหัสโอซีอาร์
        4.    บุคคล เช่น ผู้ปกครอง ครู นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
        5.    หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ม. 1

7.  การประเมินผล

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ - สกุล : นางสาวสุพัชชา   อุดทังไข    (แพรวา)
อายุ :  27  ปี
สถานที่ทำงาน :   โรงเรียนบ้านแวนโค้ง
ตำแหน่ง :   ครูพิเศษ (สอนวิชาคอมพิวเตอร์)
การศึกษา  :  ปริญญาตรี  สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ (มหาวิทยาลับราชภัฎเชียงราย )